ยุค 2 : ยุคแห่งการพัฒนา
(พ.ศ. 2536-2540)

“ยุคนี้มีการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อปรับประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต จากซาลาเปาที่เคยปั้นด้วยมือ ก็เปลี่ยนเป็นเครื่องขึ้นรูปซาลาเปาที่บีบออกมาแล้ววางบนกระดาษ แล้วเอาไปนึ่งได้เลย”

คงไม่เกินเลยนัก หากจะกล่าวว่า ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์
เนื่องจากยังไม่เคยมีโรงงานอาหารพร้อมรับประทานในลักษณะนี้มาก่อน

เดิมเครือเจริญโภคภัณฑ์จะผลิตแต่อาหารแปรรูปที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคในปริมาณมากๆ เช่น
ไก่ทอด ไส้กรอก เท่านั้น เมื่อต้องมาผลิตอาหารพร้อมรับประทาน จึงต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่หมด
ก่อน พ.ศ. 2535 พนักงานต้องปั้นซาลาเปาด้วยมือ ยืนเรียงแถวกันยาวเหยียดในห้องเล็กๆ
เครื่องไม้เครื่องมือในการผลิตสินค้านั้นแม้จะทันสมัย แต่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องครัวขั้นพื้นฐานก็ว่าได้

จากช่วง 5 ปีแรกของการลองผิดลองถูก ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดค่อยๆ ขยับขยายจากห้องครัวเล็กๆ มาเป็นสายการผลิตที่ใหญ่ขึ้น ถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม บนแนวคิดที่ว่าการผลิตอาหารนั้นต้องได้คุณภาพ ปลอดภัย ครบทั้งความสะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการ และรสชาติอร่อย ดังนั้น เมื่อผ่านยุคของการก่อร่างสร้างตัวมาแล้ว ในช่วงเวลา 5 ปีถัดมานี้ จึงเป็นยุคแห่งการพัฒนาของ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อปรับประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เช่น ซาลาเปาที่เคยปั้นด้วยมือ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเครื่องขึ้นรูปซาลาเปาจากประเทศญี่ปุ่นที่บีบออกมาแล้ววางบนกระดาษ แล้วเอาไปนึ่งได้เลย

ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารและการให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า โดยมองจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก ทำให้ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดมีผลิตภัณฑ์ออกมามากมาย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย

วิวัฒนาการหนึ่งในช่วงนี้ หลังจากมีขนมจีบ ซาลาเปาแล้ว ก็คือไส้แฮมเบอร์เกอร์ต่างๆ เช่น ไส้หมู ไส้กุ้ง ไส้ไก่ ไส้ซีฟู้ด ที่วางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven หลังจากนั้นก็มีผลิตภัณฑ์ขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง คือ ข้าวกล่อง เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้ออาหารที่ยังไม่ต้องรับประทานในทันที

ในส่วนของเบเกอรี่ เนื่องจากความต้องการสินค้าแบบโฮมเมด ไม่มีสต็อก ขายแบบวันต่อวัน
การตอบสนองร้านค้าปลีกทั่วประเทศ จึงไม่สามารถผลิตจากศูนย์กลางในกรุงเทพมหานครแล้วกระจายไปทั่วประเทศได้ ใน พ.ศ. 2539 จึงได้เปิดโรงงานเบเกอรี่ สาขาแรกที่พิษณุโลกขึ้น เพื่อรองรับการขยายของร้าน 7-Eleven และร้านค้าปลีกชั้นนำอื่นๆ ในภาคเหนือ

cpram-history-pic-2536-00

แม้ว่าก่อนหน้านี้ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดเน้นการผลิตสินค้าส่งร้าน 7-Eleven โดยไม่ได้คำนึงถึงการผลิตเพื่อส่งออกมาก่อน แต่หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจลดค่าเงินบาทใน พ.ศ. 2540 อาหารไทยราคาถูกลง จึงเป็นที่จับตามองของต่างชาติ หลังจากนั้นกลุ่มสหภาพยุโรปก็ติดต่อมาเพื่อขอซื้อสินค้าของ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด เพราะสนใจในสินค้าอย่างขนมจีบ ซาลาเปา ที่ดูสะอาด บรรจุในบรรจุภัณฑ์สวยงาม รวมทั้งยังมีการพัฒนาสินค้าส่งออกขึ้นใหม่ให้ตรงตามรสชาติและความต้องการของผู้บริโภคฝั่งยุโรป

ในช่วงเศรษฐกิจขาลงนี้เอง ยังพบว่าผู้บริโภคภายในประเทศต้องการสินค้าที่มีราคาถูก หาซื้อง่าย จึงเกิดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่“เลอแปง” (Le Pan) ขึ้นมาอีกหนึ่งแบรนด์ เพื่อรองรับตลาดที่ขยายตัว
อย่างรวดเร็ว และแข่งขันได้ในท้องตลาด รวมทั้ง“มิสแมรี่” (Miss Mary) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อรองรับตลาดซูเปอร์สโตร์ มีความโดดเด่นในเรื่องของสินค้าเทศกาล เช่น เค้กปอนด์และคุกกี้

และในปี 2539 นี้เอง ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 20 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท

cpram-history-pic-2536-02 cpram-history-pic-2536-03