ยุค 4 : ยุคมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
(พ.ศ. 2546-2550)

“ยุคนี้สำหรับ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดถือเป็นยุคแห่งการปฏิวัติระบบสารสนเทศ และนำกรอบ TQA เข้ามาประเมินองค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ”

เพราะให้ความสำคัญกับการพัฒนารอบด้าน ไม่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการจัดการโรงงานเท่านั้น แต่รวมไปถึงการสื่อสารและการจัดการในระดับปฏิบัติการเชิงคุณภาพด้วย ยุคนี้สำหรับ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดจึงถือเป็นยุคแห่งการปฏิวัติระบบสารสนเทศขององค์กร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ

จากเดิมระบบสารสนเทศของ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดกระจายกัน แต่มายุคนี้รวมกันเป็น
หนึ่งเดียวโดยใช้ระบบที่เรียกว่า ERP (Enterprise Resource Planning) ซึ่งเป็นระบบการจัดการสากล โดยใช้โปรแกรม SAP เป็นการรวมระบบสารสนเทศให้ครบวงจร (Integrated) และทันเวลา (Real Time) รวมทั้งยังมีการดำเนินการต่อเรื่องระบบการจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์กรโดยรวม (Total Quality Management, TQM) และเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award, TQA) อย่างเข้มข้น ส่งผลให้ ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดได้รับรางวัลองค์กรที่มีการบริหารสู่ความเป็นเลิศ หรือ Total Quality Control (TQC) ในปีพ.ศ. 2548

ระหว่างนั้นใน พ.ศ. 2547 ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 350 ล้านบาท และเปิดโรงงานเบเกอรี่ สาขาเชียงใหม่ พร้อมพัฒนาแบรนด์ “เบเกอร์แลนด์” ให้เป็น Exclusive Brand ของร้าน 7-Elevenซึ่งมุ่งเน้นยกระดับจาก Convenience Store ให้เป็น Food Store

cpram-history-pic-2546-00

ในส่วนกิจการอาหารพร้อมรับประทานได้ขยายโรงงานอาหารพร้อมรับประทานแช่เยือกแข็งที่อำเภอ
ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของซี.พี.ค้าปลีกและการตลาดเติบโตเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ในกลุ่มข้าวปั้นสไตล์ญี่ปุ่นตรา “โอ! อาโรจัง”

ถัดมาใน พ.ศ. 2549 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 600 ล้านบาท และใน พ.ศ. 2550 ได้ขยายโรงงานเบเกอรี่ที่ลาดกระบัง ขณะที่กิจการอาหารพร้อมรับประทานได้ริเริ่มผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานแบบแช่เย็น (Chilled Food) สำหรับร้านสะดวกซื้อทั่วไปและงานจัดเลี้ยงต่างๆ ขึ้นมาด้วย