เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมตามที่ปรากฏอยู่ในหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. 1. การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (CCTV)
  2. 2. การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลตรวจสอบคนเข้าออก พื้นที่
  3. 3. การทำนิติกรรมสัญญา
  4. 4. การรับเรื่องร้องเรียนและการสอบถามทั่วไป

กรุณาคลิกแต่ละหัวข้อ เพื่อเข้าอ่านรายละเอียดของการแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของแต่ละกิจกรรม

การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (CCTV)

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (“บริษัท”) ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านได้ส่งมอบให้แก่บริษัท บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงใคร่ขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้ เพื่อรับทราบและเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมตามที่ปรากฎ ดังต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บริษัทติดตั้งไว้ภายในบริษัทตลอดจนบริเวณโดยรอบบริษัท ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุอันตรายอันอาจเกิดขึ้นต่อผู้เข้าใช้บริการและสถานที่ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท

ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

     ❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในร้านและบริเวณโดยรอบร้าน รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของบริษัทไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม รวมถึงใช้ในการสอบสวนเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในอาคารและสถานที่

     ❒ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลบันทึกภาพและ/หรือเสียงจากกล้องวงจรปิด (CCTV)30 ถึง 45 วัน นับจากวันที่บันทึกข้อมูล

     ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

     บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น พนักงานและบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินการเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด พนักงานและบริษัทรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านั้น จะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอาจจำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจเป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

     การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

     ข้อจำกัดกับบริษัทในการทำกับข้อมูลของผู้มาติดต่อ ในกรณีที่ท่านขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูล ระงับ หรือทำให้ข้อมูล ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับบริษัทในการทำธุรกรรมกับท่านได้

     การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

     เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

     หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpram.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพีแรม จำกัด
เลขที่ 177 หมู่ 4 ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140
Email Address: dpc@cpram.co.th

การบันทึกและจัดเก็บข้อมูลตรวจสอบคนเข้าออก พื้นที่

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (“บริษัท”) ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านได้ส่งมอบให้แก่บริษัท บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงใคร่ขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้ เพื่อรับทราบและเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมตามที่ปรากฎ ดังต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อตรวจสอบความเป็นตัวตนสำหรับผู้มาติดต่อภายในบริษัท และเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน และทรัพย์สินของบริษัทเท่านั้น

ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

     ❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อตรวจสอบความเป็นตัวตนของท่าน และดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในบริเวณบริษัท รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของบริษัทไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม รวมถึงใช้ในการสอบสวนเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในอาคารและสถานที่

     ❒ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, สถานที่ติดต่อ,หมายเลขโทรศัพท์, email6 เดือนนับแต่วันที่ท่านได้ส่งมอบข้อมูลฯ ให้แก่บริษัท

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลการร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลข้อจำกัดกับบริษัทในการทำกับข้อมูลของผู้มาติดต่อ ในกรณีที่ท่านขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูล ระงับ หรือทำให้ข้อมูล ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับบริษัทในการทำธุรกรรมกับท่านได้

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลการใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

4. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลหากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpram.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพีแรม จำกัด
เลขที่ 177 หมู่ 4 ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140
Email Address: dpc@cpram.co.th

การทำนิติกรรมสัญญา
1. บริษัทได้เก็บรวบรวมและหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า

     ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ,สำเนาทะเบียนบ้าน ,สำเนาหนังสือเดินทาง ,สำเนาวีซ่า และเอกสารสำคัญใด ๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) เป็นระยะเวลาทั้งหมด 10 ปี นับจากวันที่สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความเป็นตัวตนของคู่ค้าเป็นหลักฐานในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง และเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ตามสัญญาฉบับนี้เท่านั้น โดยไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากสัญญาฉบับนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้หากคู่ค้าไม่ส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทจะทำให้การจัดทำสัญญาฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ อันเป็นฐานการประมวลผลเพื่อเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาและเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (3),(5)ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

     ทั้งนี้คู่ค้าในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบว่าตนเองมีสิทธิดังนี้

     (1) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ทำการเก็บรวบรวมและหรือใช้ได้ ตลอดจนสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

     (2) เมื่อพ้นระยะเวลาทั้งหมด 10 ปี นับจากวันที่สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง บริษัทจะทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

     (3) สิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล หากบริษัทได้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามวรรคแรกข้างต้น

     (4) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

     (5) สิทธิในการร้องเรียนบริษัท การใช้สิทธิข้างต้นจะต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและแจ้งต่อบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการใช้สิทธิดังกล่าว ตลอดจนสงวนสิทธิในการดำเนินการตามข้อเรียกร้องในการใช้สิทธิบางประการอันกระทบกับวัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้

2. หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

          2.1 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

          เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
          E-mail: privacy@cpall.co.th

          2.2 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัท ซีพีแรม จำกัด เลขที่ 177 หมู่ที่ 4 ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140
          E-mail: DPC@cpram.co.th
การรับเรื่องร้องเรียนและการสอบถามทั่วไป

     บริษัท ซีพีแรม จำกัด (“บริษัท”) เคารพในความเป็นส่วนตัวของท่าน และตระหนักถึงความสำคัญและมีความมุ่งมั่นในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ รวมถึงบริษัทต้องการแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการและวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (“การประมวลผล”) ของท่าน เมื่อท่านได้แจ้งแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือสอบถามผ่านช่องทางรับรับเรื่องของบริษัท สิทธิของท่านในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท โดยบริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความโปร่งใสชัดเจน และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อความเข้าใจถึงการประมวลผลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดการติดต่อที่ปรากฏในเอกสารนี้

วัตถุประสงค์ และ ฐานในการประมวลผลข้อมูล

• วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล : บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่ท่านเปิดเผยตัวตนและร้องเรียนหรือสอบถามมายังช่องทางการร้องเรียนต่างๆ เช่น ผ่านช่องทางหน้าเว็บเพจ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น เพื่อยืนยันตัวตน การติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านเพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือหลักฐานในการดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงตามที่ท่านร้องเรียนหรือสอบถาม การติดต่อกลับสอบถามเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนหรือสอบถามเพื่อแจ้งผลสรุปการดำเนินการตามที่บริษัทได้รับเรื่องจากเท่าน และการสอบสวน รวมถึงการขอให้ท่านให้การเป็นพยานในทางคดี

• ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

     • ฐานสัญญา (Contract) : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการให้บริการตามคำขอ ตอบข้อซักถาม ตอบข้อร้องเรียน ยืนยันตัวตนในการใช้บริการ โดยหากท่านไม่ตกลงยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคล จะส่งผลให้การดำเนินการดังกล่าวนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้

     • ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) : บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านเพื่อใช้เป็นข้อมูลหรือหลักฐานในการดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง การสอบสวน และการแจ้งกลับผลสรุปการดำเนินการและการสอบสวน การเปิดเผยต่อที่ปรึกษาวิชาชีพ เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย เป็นต้น การดำเนินการฟ้องร้องคดีของบริษัท การขอให้ท่านให้การเป็นพยานในคดีของบริษัท การจัดทำสถิติซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของบริษัท การจัดทำรายงานการดำเนินงานภายในบริษัท การปรับปรุงการดำเนินงานและระบบการควบคุมภายในของบริษัท โดยข้อมูลของท่านจะได้รับความคุ้มครองตามนโยบายของบริษัท

     • ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) : บริษัทอาจต้องนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลหลักฐานที่บริษัทครอบครองอยู่ได้ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น

    ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทร, อีเมล, ที่อยู่ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่อาจปรากฏตามเอกสารที่ท่านแนบมาหรือที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียนและสอบถามข้อมูลในระบบรับเรื่องร้องเรียนเก็บ 3 ปี กรณีดำเนินการทางกฎหมายจัดเก็บไว้ตามอายุความ ไม่เกิน 10 ปี

     ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

     บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจเป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

    สิทธิตามกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

     ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7)สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

     การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

     ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด

     การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล ส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

    การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

     เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง บริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้ที่เว็บไซต์

รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpall.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพีแรม จำกัด เลขที่ 177 หมู่ที่ 4 ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140
E-mail: DPC@cpram.co.th

     หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

     เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ